ถ้าคุณทำเว็บไซต์หรือเขียนบทความให้ติดอันดับบน Google คุณอาจเคยได้ยินคำว่า E-E-A-T ผ่านๆ มาบ้าง แต่จริงๆ แล้วมันคืออะไร? ส่งผลกับ SEO ยังไง? และทำไมถึงสำคัญขนาดนี้? วันนี้เรามาคุยกันแบบเข้าใจง่ายๆ กันเลย!
[divider width=”1200px”]
[title text=”E-E-A-T คืออะไร?” tag_name=”h2″]
E-E-A-T ย่อมาจาก 4 คำหลักๆ ได้แก่:
✅ Experience (ประสบการณ์) – คนเขียนมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเรื่องที่พูดถึงหรือไม่?
✅ Expertise (ความเชี่ยวชาญ) – คนเขียนมีความรู้จริงในเรื่องนั้นแค่ไหน?
✅ Authoritativeness (ความน่าเชื่อถือ) – เว็บไซต์หรือแหล่งข้อมูลเป็นที่ยอมรับหรือไม่?
✅ Trustworthiness (ความน่าเชื่อถือ) – ข้อมูลถูกต้องจริงไหม? เว็บไซต์มีความปลอดภัยหรือไม่?
“พูดง่ายๆ ก็คือ Google อยากให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลจาก แหล่งที่ไว้ใจได้ ไม่ใช่เว็บไหนก็ได้ที่เขียนอะไรก็ได้ขึ้นมาเอง”
[divider width=”1200px”]
[title text=”E-E-A-T สำคัญกับ SEO ยังไง?” tag_name=”h2″]
ลองนึกถึงช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า Google มีการปรับอัลกอริทึมอยู่เรื่อยๆ และสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะมากก็คือ Google ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของเนื้อหา” มากขึ้น
🔥 เว็บไซต์ที่ E-E-A-T สูง จะมีโอกาสติดอันดับดีกว่าเว็บทั่วไป เพราะ Google มองว่าเป็นเว็บที่ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง มีประโยชน์ และเชื่อถือได้
แต่ถ้าเว็บไหน ขาดความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness ต่ำ) หรือเป็นเว็บที่ คัดลอกเนื้อหาจากที่อื่น อันดับก็มักจะร่วงลงไป หรืออาจโดน Google ลงโทษ (Penalty) ได้เลย
📌 โดยเฉพาะเว็บที่อยู่ในกลุ่ม YMYL (Your Money, Your Life)
สุขภาพ (Health) เช่น วิธีรักษาโรค, การใช้ยา
การเงิน (Finance) เช่น การลงทุน, กู้เงิน
กฎหมาย (Law) เช่น สิทธิทางกฎหมาย, ภาษี
ถ้าคุณทำเว็บไซต์สายนี้ E-E-A-T สำคัญสุดๆ เพราะ Google ต้องมั่นใจว่าเว็บคุณให้ข้อมูลที่ถูกต้องจริง
วิธีเพิ่มคะแนน E-E-A-T ให้เว็บไซต์ของคุณ
ถ้าคุณอยากให้เว็บของคุณมี E-E-A-T สูงขึ้น และติดอันดับ Google ได้ดีขึ้น ลองทำตามวิธีเหล่านี้ดู
1️⃣ ใส่ “ประสบการณ์จริง” ลงไปในเนื้อหา
Google ชอบเนื้อหาที่มาจาก คนที่มีประสบการณ์จริง มากกว่าบทความที่แค่รวบรวมข้อมูลจากที่อื่น
✅ ทำยังไงดี?
- แชร์ ประสบการณ์ตรง ของคุณ เช่น รีวิวจากการใช้งานจริง
- ใส่ รูปภาพหรือวิดีโอ ที่คุณถ่ายเอง แทนที่จะใช้ภาพสต็อก
- แสดง ความคิดเห็นของคุณเอง แทนที่จะเขียนแบบหุ่นยนต์
🎯 ตัวอย่าง: ถ้าคุณเขียนบทความ “รีวิวพูลวิลล่าหัวหิน”
- แทนที่จะบอกแค่ว่า “พูลวิลล่านี้มี 3 ห้องนอนและวิวสวย”
- ลองแชร์ความรู้สึกของคุณ เช่น “บรรยากาศช่วงเย็นดีมาก มีลมทะเลพัดเข้ามา ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสุดๆ”
2️⃣ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง (Expertise + Authoritativeness)
Google จะให้ความสำคัญกับ “ใครเป็นคนเขียนบทความนี้” ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เขียน ก็ยิ่งดีต่อ SEO
✅ ทำยังไงดี?
- ใส่ Author Bio (ข้อมูลผู้เขียน) ในทุกบทความ
- ระบุประสบการณ์ของคุณ เช่น “นักโภชนาการที่มีใบอนุญาต” หรือ “ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO”
- หากไม่มีใบประกาศนียบัตร ก็ใช้ ประสบการณ์การทำงานจริง แทน
🎯 ตัวอย่าง:
- ถ้าคุณเขียนเกี่ยวกับสุขภาพ คุณควรเป็น หมอ หรือ นักโภชนาการ
- ถ้าคุณเขียนเกี่ยวกับการเงิน คุณควรเป็น นักวิเคราะห์การเงิน หรือ นักลงทุนที่มีประสบการณ์
3️⃣ ใช้แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (Trustworthiness)
Google ไม่ชอบบทความที่ไม่มีแหล่งข้อมูล หรือให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
✅ ทำยังไงดี?
- อ้างอิง แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น WHO, กรมควบคุมโรค, ธนาคารแห่งประเทศไทย
- ใช้ ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ทางการ หรือเอกสารวิจัย
- หลีกเลี่ยงการใช้ ข้อมูลที่ไม่มีหลักฐาน หรือแหล่งข่าวไม่น่าเชื่อถือ
🎯 ตัวอย่างที่ดี: ถ้าคุณเขียนบทความเกี่ยวกับ “อัตราดอกเบี้ยเงินกู้”
- ควรอ้างอิงข้อมูลจาก เว็บธนาคาร หรือ เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย
- แทนที่จะใช้ “มีข่าวลือว่าอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น”
สรุป: E-E-A-T ไม่ใช่แค่เรื่อง SEO แต่คือ “ความเชื่อถือ” ของเว็บไซต์
✅ E-E-A-T คือหัวใจของ SEO ยุคใหม่ ถ้าเว็บไซต์ของคุณมีคะแนนสูง Google ก็จะมองว่าเว็บของคุณให้ข้อมูลที่มีคุณภาพ
✅ อย่าลืมเพิ่ม ประสบการณ์จริง (Experience) และ ความเชี่ยวชาญ (Expertise) ในเนื้อหาของคุณ
✅ ใช้ แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และทำให้เว็บของคุณดู โปร่งใสและน่าไว้ใจ
🔥 ถ้าคุณอยากให้เว็บติดอันดับดีขึ้น ลองนำ E-E-A-T ไปใช้กันดูนะ! 🔥